Help Line : +66-77332706

Siamese Russell Viper

Home / News / Siamese Russell Viper
Siamese Russell Viper

Siamese Russell Viper

, ,

งูเเมวเซา
Siamese Russel Viper

Vipera russellii siamensis, M. Smith

งูแมวเซาเป็นงูชนิดเดียวในวงศ์ Viperidae ที่มีอยู่ในประเทศไทย ขนาดโตเต็มที่ยาวประมาณ 758 ม.ม.(หัว 43 ม.ม.ตัว 583 ม.ม.หาง 132 ม.ม.) หัวเป็นรูปสามเหลี่ยมยาว คอเล็กตัวอ้วนสั้น หางสั้น มักทำเสียงขู่ฟ่อยาว ๆ เมื่อรู้ว่ามีศัตรูเข้าใกล้ เสียงดังยาวต่อเนื่องคล้ายลมยางรถรั่ว ชอบขดตัวนอนตามซอกหิน โพรงดิน ใต้กอหญ้าใหญ่ ๆ ปกติเลื้อยช้าไม่ปราดเปรียว แต่ฉกกัดรวดเร็วในระยะที่ฉกถึง ออกหากินเวลากลางคืน ชอบกินหนู ลูกงูแมวเซาตัวเล็ก ๆ กินเขียด ชอบอาศัยตามที่ดอนแห้ง และปกติจะไม่เลื้อยขึ้นต้นไม้ ออกลูกเป็นตัวครั้งละ 30-45 ตัว มีเขี้ยวยาวโง้งแบบ Solenoglypha.

ลำตัวงูแมวเซามีสีเทานํ้าตาลหรือนํ้าตาลอมชมพูและมีลายสีนํ้าตาลเข้มเป็นวงปื้นใหญ่เชื่อมติดต่อกัน (งูแมวเซาในประเทศอินเดียมีลายสีนํ้าตาลเข้ม เป็นวงแยกจากกัน) ท้องสีขาวนวลมีจุดสีนํ้าตาลเล็ก ๆ

งูแมวเซามีชุกชุมในภาคกลางเช่น นครนายก ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท นครราชสีมา ปราจีนบุรี งูแมวเซาในประเทศไทยเป็นชนิดย่อย (Subspecies) แตกต่างจากที่พบในอินเดีย

พิษงูแมวเซา มีฤทธิ์ต่อระบบโลหิตเป็น haematotoxin ประกอบด้วย toxic factor (neurotoxin) coagulating factor และ enzymes ได้มีการทดลองฉีดพิษงูแมวเซาเขาหลอดเลือดดำของหนูและกระต่ายสัตว์ตายใน 10 นาที ถึงหกชั่วโมง

อาการและอาการแสดง

อาการเฉพาะที่ หลังถูกกัดจะรู้สึกปวดมากน้อยแล้วแต่บุคคล แต่โดยทั่วไปจะปวดมากกว่างูในกลุ่ม Elapidae กัด บางคนปวดที่แผลบางคนปวดร้าวสูงขึ้นไปเหนือแผลอาการปวดเป็นชั่วโมง บางทีปวดอยู่หลายวัน

ที่แผลมีเลือดออกไหลซึม ๆ บางรายหยุดได้เร็วบางรายซึมอยู่

เป็นชั่วโมง

อาการบวมเกิดเร็วหลังถูกกัด 2-3 นาที เริ่มบวมและบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเต็มที่ใน 12-24-72 ชั่วโมง หรือนานกว่านั้นแล้วค่อยลดลง ผู้ป่วยบางรายบวมทั้งขาหรือแขนข้างโดนกัด บริเวณที่บวมบางรายรู้สึกเจ็บ บางคนเจ็บ ๆ คันๆ

เนื่องจากแผลที่ถกงูแมวเซากัดมี extravasation ของเม็ดเลือด แดงและพลาสมาเข้าไปใน subcutaneous tissue ทำให้ผิวหนังรอบ ๆ แผลและรอยถูกกัดเปลี่ยนเป็นสีคลํ้า ถ้าได้รับพิษมาก รอยสีคลํ้าจะกระจายเป็นบริเวณกว้างและสูงขึ้นไป

ถ้าจำนวนพิษงูเข้าไปในแผลมากจะมีตุ่มใสหรือรอยพองเกิดบริเวณที่แผลและที่อื่น ๆ ของร่างกาย ใน blister หรือ bleb มี serous หรือ sero-sangruinous เมื่อตุ่มพองแตกออกจะมี necrosis เกิดขึ้นร้อยละ 10-50 ซึ่งต่างกับในแผลถูกงูเห่ามีรอยพองจะมี necrosis เกิดขึ้นร้อยละร้อย ถ้ามี secondary infection แผลจะขยายกว้างหรือกินลึก

อาการทั่วไป ผลของพิษงูทำให้เกิด vessel wall damage, thrombocytopenia และหรือ Die (Dessiminated intravascular coagulation) จะมีเลือดออกตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายหลังถูกกัดตั้งแต่ไม่กี่นาทีจนถึงหลายชั่วโมงถึง 2-3 วัน มีจํ้าเลือดที่ผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด เลือดออกตามไรฟัน เหงือก ลูกนัยน์ตา เลือดกำเดาไหล ปัสสาวะเป็นเลือดหรือสีแดง อุจจาระเป็นเลือด ไอเป็นเลือด ถ้าเลือดออกมากจะหมดสติ ช็อคได้ภายใน 24 ชั่วโมง ถึงแก่ความตายด้วยหัวใจวาย ไตวายหรือเลือดออกในอวัยวะที่สำคัญต่อชีวิต เช่น cerebral haemorrhage ไม่ค่อยพบอาการปวดท้อง เนื่องจากพิษงูแมวเซา

มีผล Direct toxic effect ต่อ cell ของไต ผู้ป่วยจะปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะไม่ออกในวันนั้นหรือวันต่อมามีอาการของไตวาย ซึม คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หอบ ง่วงนอน สะอึก ปวดเมื่อยทั้งตัว ตายด้วย renal failure และ hyperpotassemia.

ผู้ป่วยบางรายหลังถูกกัดมีอาการง่วงนอน ซึม คลื่นไส้ อาเจียน น้ำลายไหล และมีท้องเดินร่วมด้วย บางรายแผลถูกกัดไม่มีเลือดออก ไม่บวม ไม่ปวด มีอาการอาเจียนเป็นเลือดเล็กน้อย ไม่ได้สังเกตสีของปัสสาวะ จึงไม่ได้เล่าอาการดังกล่าวแก่แพทย์ผู้รักษา ถ้าแพทย์ไม่ซักประวัติให้ละเอียดจะดูเสมือนผู้ป่วยไม่มีอะไรผิดปกติ จนกว่าวันต่อ ๆ มา คือวันที่ 2, 3 หลังถูกกัด ปัสสาวะจะออกน้อยหรือไม่ออกเลย และมีอาการของไตวาย

อาการแสดงเฉพาะที่ ที่รอยเขี้ยวมีเลือดไหลซึม บางรายมี

สีคล้ำรอบ ๆ เขี้ยวหรือขยายกว้างเป็น bruise.

มี Swelling, rednessที่แผลและรอบ ๆ แผลสูงขึ้นไปที่ขาแขนข้างถูกกัด กดบริเวณที่บวมเจ็บ

ถ้า bleb หรือ blister ที่เกิดขึ้นแตกออกจะเห็น superficial necrosis

อาการแสดงทั่วไป ความดันเลือดลดตํ่าลงได้หลังถูกกัดและกลับมาเป็นปกติในเวลา 2-3 ชั่วโมงต่อมา บางรายซึมหรือหนังตาตกร่วมด้วย ปัสสาวะน้อย แม้จะปัสสาวะออกแล้วผลการตรวจเนื้อไตกว่าจะกลับมาเป็นปกติได้กินเวลาเป็นเดือน

การรักษา

1. ให้เซรุ่มแก้พิษงูแมวเซา ในรายที่มีเลือดออกมาก(systemic bleeding) เลือดไม่แข็งตัวให้เซรุ่มขนาด 30-50 ม.ล.เข้าหลอดเลือดให้อีก 10 ม.ล.ทุก 15-30 นาที จนกว่าเลือดจะแข็งตัว จากนั้นทำ Clot retraction time ถ้าปกติก็ให้หยุดให้เซรุ่ม ถ้าผิดปกติให้เซรุ่ม 10 ม.ล. ทุกหนึ่งชั่วโมงโดยพิจารณาอาการแสดงทั่วไปของผู้ป่วยร่วมด้วย โดยทั่วไป ปริมาณเซรุ่มที่ใช้ในผู้ ป่วยถูกงูแมวเซากัดมักน้อยกว่าที่ใช้รักษางูเห่ากัด อาจเป็น 20 – 30 – 50 – 100 – 150 มิลลิลิตรเท่านั้น ในงูเห่าอาจใช้มากหลายร้อย หรือเป็นพันมิลลิลิตร ฉะนั้นบางรายจึงแนะนำให้ผสมเซรุ่มแก้พิษงูแมวเซาใน fluid หยดเข้าหลอดเลือด

ถ้าผู้ป่วยถูกงูแมวเซากัดบริเวณแผลมีเลือดซึมออกเรื่อย ๆ เป็นชั่วโมง แม้จะไม่มีอาการแสดงทั่วไปของเลือดออก ผู้รักษาน่าจะให้เซรุ่มแก้พิษงูแมวเซา 20-30 ม.ล. เข้ากล้ามหรือเข้าหลอดเลือดเพื่อกัน Rend damage จะให้เซรุ่มซํ้าหรือไม่ควรตรวจปัสสาวะดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยหรือ ไม่ ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องให้ซํ้า

ผู้ป่วยบางรายบริเวณแผลถูกกัดไม่บวม ไม่ปวด ไม่มีเลือดออก แต่หลังถูกกัด 1-2 ชั่วโมง มีอาเจียนเป็นเลือดเล็กน้อย อาการแสดงอย่างอื่นไม่มีกรณีนี้ก็ต้องพิจารณาให้เซรุ่มด้วยเช่นกัน พึงระลึกว่า ผู้ป่วยที่ถูกงูแมวเซากัดมีอาการตกเลือด เลือดออกมาแล้วหยุดไป เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์ตรวจเกี่ยวกับอาการแสดงทั่วไปไม่พบสิ่งผิดปกติ ถ้าไม่ซักประวัติเกี่ยวกับการตกเลือด อาจทำ

ให้คิดว่าผู้ป่วยไม่ได้รับพิษงูแมวเซาสู่ร่างกาย จึงไม่ได้เซรุ่มรักษา วันรุ่งขึ้น

หรือหลังจากนั้น 12-24 ชั่วโมง ปัสสาวะจึงน้อยลงและต่อมาปัสสาวะ

ไม่ออก ต้องเสียเวลารักษานานวันหรือเสียค่ารักษาเรื่อง Peritoneal Dialysis

ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติที่รอยเขี้ยวและไม่มีอาการแสดงทั่วไปของพิษงูแมว เซา แสดงว่าผู้ป่วยไม่ได้รับพิษก็ไม่ต้องให้เซรุ่ม

2. สตีรอยด์ ให้ผลดี นอกจากช่วยลดบวม ปวด รักษาแพ้เซรุ่มแล้วยังมีผลต่อ microcirculation ทำให้เซลส์ของร่างกายกลับสู่สภาพปกติเร็ว ขึ้น มีผลช่วยรักษาพิษงูที่ออกฤทธิ์ที่ไต ผู้ป่วยที่มีอาการแสดงทั่วไปของพิษงู แมวเซาจึงควรให้สตีรอยด์ขนาดมาก เช่น Hydroadreson F300 ม.ก./ วัน เข้าหลอดเลือดหรือเข้ากล้าม หรือ Dexamethasone 100 ม.ล. เข้ากล้ามหรือ เข้าหลอดเลือดร่วมด้วย

3. รักษาตามอาการ ให้เลือด สารประกอบของเลือดเมื่อผู้ป่วยซีดมาก การให้เลือดหรือสารประกอบของเลือดโดยไม่ให้เซรุ่ม มักไม่ค่อยได้ผล เท่าที่ควร พิษงูจะทำลายสารดังกล่าว ถ้าเทียบระหว่างการให้เซรุ่มแก้พิษงู กับการให้การรักษาอย่างอื่นแล้ว เซรุ่มได้ผลดีที่สุด

ถ้าปัสสาวะไม่ออก หลังรักษาแบบประคับประคองแล้วยังไม่ดีขึ้น ทำ Dialysis โดยทั่วไปถ้า BUN ไม่เกิน 100 ม.ก./ 100 ม.ล. หรือ creat­inine ไม่เกิน 7 ม.ก./100 ม.ล. มักรักษาแบบประคับประคองได้

ถ้ามีการติดเชื้อที่แผลหรือทางปัสสาวะจากการสวนคาสายยาง หรืออย่างอื่นใด ให้รักษาตามผลแทรกซ้อนนั้น ๆ
การรักษาอย่างอื่น เหมือนกับที่กล่าวมาแล้วในหลักการรักษางู
พิษ
ที่มา : http://www.healthcarethai.com/

Siamese Russel Viper

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *