Help Line : +66-77332706

Cobras in Thailand

Home / News / Cobras in Thailand
Cobras in Thailand

Cobras in Thailand

, ,

งูเห่าในประเทศไทย

มนตรี สุมณฑา…เรื่อง/ภาพ

งูเห่านับเป็นงูพิษที่เชื่อว่าทุกคนต่างรู้จักชื่อของมันดี เนื่องจากเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงและมีความใกล้ชิดกับคนมาก ด วยความสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ดี โดยเฉพาะแหล่งชุมชน จึงไม่แปลกที่คนจะได้เผชิญหน้ากับงูเห่าเสมอในถิ่นที่งูเคยถือครองแล้วคนเข้าไปอ้างสิทธิ์บุกรุกมาเป็นที่ของตน แล้วงูกลับถูกเปลี่ยนสถานะเป็นผู้บุกรุกแทน จากสัตว์ที่ช่วยกำจัดสัตว์ที่เป็นศัตรูต่อพืชผลมาเป็นนักโทษประหาร อาหารจานเด็ด? โครงสร้างประชากรงูเห่าบางชนิดจึงถูกสั่นคลอนทำให้เกิดการแพร่ระบาดของประชากรหนู จนมีผลกระทบต่อกระดูกสันหลังของประเทศในปัจจุบัน

งูเห่าเป็นงูที่มีศูนย์กลางการแพร่กระจายในเขตร้อนชื้นทวีปเอเชียและ แอฟริกา อาศัยทั้งแบบกึ่งบกกึ่งน้ำ (semi-aquatic) จนแล้งแบบทะเลทราย งูเห่า (Naja spp.) ชนิดแรกที่โลกรู้จักคืองูเห่าอินเดีย (Naja naja) งูเห่าอียิปต์ (N. haje) และงูเห่าลายกระ (N. nivea) ซึ่งบรรยายลักษณะทางอนุกรมวิธานโดย Linnaeus (1758) ได้จัดอยู่ในสกุล Coluber ปัจจุบันมีงูเห่าในสกุล Naja มีสมาชิกอยู่ประมาณ 30 ชนิด และงูเห่าชนิดล่าสุดที่มีการค้นพบในทวีปเอเชีย คือ งูเห่าพม่าพ่นพิษ (N. mandalayensis Slowinski & Wüster, 2000) ส่วนงูเห่าชนิด N. katiensis Trape & Man, 2000, N. nubiae Wuster & Broadley, 2003, Naja ashei Wüster & Broadley, 2007 และ Naja senegalensis Trape, Chirio, Broadley & Wüster, 2009 นั้น เป็นชนิดใหม่จากทวีปแอฟริกา ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนจากสถานภาพชนิดย่อยของ N. nigricollis เป็นชนิดใหม่ และอีกส่วนหนึ่งเกิดจากการทบทวนกลุ่มชนิด N. haje ในประเทศไทยมีงูเห่า แท้ 3 ชนิด (กลุ่มงูเห่าอีกชนิดคืองูจงอาง ซึ่งไม่กล่าวถึงในที่นี้) โดยมีการแพร่กระจายทั่วประเทศไทย

อนุกรมวิธานงูเห่าในประเทศไทย
Phylum Chordata
Subphylum Vertebrata
Class Reptilia
Subclass Synaptosauria
Order Squamata
Suborder Serpentes
Superfamily Colubroidea (revised after Pyron et al. 2010, Pyron et al. 2013)
Family Elapidae
Genus Naja Laurenti, 1768
Species:
Naja kaouthia Lesson, 1831 งูเห่าไทย
– Monocellate งูเห่าหม้อ เห่านา
– Acellate งูเห่าสุพรรณฯ

Naja siamensis Laurenti, 1768 งูเห่าสยามพ่นพิษ
-Brown or Olive งูเห่าอิสานพ่นพิษ เห่าพ่นพิษสีน้ำตาล เห่าเป่าตา
-Black & White งูเห่าด่างพ่นพิษ เห่าขี้เรื้อน
-Black งูเห่าดำพ่นพิษ

Naja sumatrana (Muller, 1890) งูเห่าทองพ่นพิษ

1. งูเห่าไทย (Monocled Cobra : Naja kaouthia Lesson, 1831)
งูเห่าไทยเป็นงูเห่าที่คนรู้จักกันมากที่สุดเนื่องจากมีการแพร่กระจายทั่วไป พบน้อยในภาคเหนือ มีลำตัวค่อนข้างยาวเรียว หัวเรียว มีความผันแปรของสีมาก ส่วนใหญ่มีสีตัวเป็นสีน้ำตาล น้ำตาลดำ น้ำตาลอ่อน หรือเกือบเหลือง เมื่อแผ่แม่เบี้ยมักเห็นลายดอกจันเป็นรูปวงแหวนเดี่ยว (monocellate) แต่อาจมีความผันแปรเป็นรูปแบบอื่นเช่น รูปอานม้า วงกลมไม่สมบูรณ์ สี่เหลี่ยม ลายคาดขวาง เป็นต้น

งูเห่าไทยมักอาศัยอยู่ในบริเวณที่ลุ่มค่อนข้างชื้น ออกหากินเวลาพลบค่ำตามพื้นดิน แต่สามารถว่ายน้ำหรือขึ้นต้นไม้ได้ดี อาหารได้แก่ นก หนู กบ เขียด ลูกไก่ แม้กระทั่งงู แต่จากประสบการณ์พบว่างูเห่าไทยจะชอบกินคางคกเป็นพิเศษ งูเห่าไทยสืบพันธุ์โดยการวางไข่ครั้งละ 12-30 ฟองใช้เวลาฟักประมาณ 50-60 วัน(จากประสบการณ์มักใช้เวลา 60 วัน) โดยมักเริ่มวางไข่ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมถึงมีนาคม

งูเห่าไทยไม่สามารถพ่นพิษได้แต่มีความรุนแรงของพิษสูงมาก ประกอบกับมีความชุกชุมสูง และเป็นงูที่ทำให้คนตายมากที่สุดในประเทศไทย(แต่ก็น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่ถูกงูเห่ากัด)

– งูเห่าสีนวล (Suphan Cobra : Naja kaouthia var. suphanensis)
งูเห่าสีนวลเป็นงูที่มีลักษณะผันแปรจากงูเห่าไทย มีสีนวล หรือเหลืองจางๆ ลูกงูแรกเกิดจะมีสีขาวอมชมพู ไม่มีลายดอกจันที่แม่เบี้ย (acellate) แต่ลักษณะทางอนุกรมวิธานที่สำคัญไม่แตกต่างจากงูเห่าไทย มีเขตการแพร่กระจายจำกัดเพียงจังหวัดสุพรรณบุรี อ่างทอง และปทุมธานีเท่านั้น ปัจจุบันไม่ได้รับการยอมรับสถานภาพชนิดย่อย

2. งูเห่าสยามพ่นพิษ (Naja siamensis Laurenti, 1768)
เป็นงูเห่าที่มีสามารถพ่นพิษได้ไกลกว่า 2 เมตร เนื่องจากร่องพิษที่เขี้ยวนั้นเปิดที่ส่วนหน้าของเขี้ยว มีลำตัวค่อนข้างสั้นป้อมกว่างูเห่าไทย หัวป้อมสั้น กว้าง ชอบทำตัวให้แบนลงเวลาขู่ และมักอ้าปากเมื่อแผ่แม่เบี้ยเพื่อเตรียมพร้อมพ่นพิษ เป็นงูที่มีความผันแปรของสีสันมากที่สุด และมีความแตกต่างชัดเจน ตลอดจนมีเขตการแพร่กระจายต่างกันจนอาจแยกเป็นชนิดย่อยได้ 3 กลุ่ม ดังนี้

– งูเห่าด่างพ่นพิษ (Black&White Spitting Cobra : Naja siamensis var. Bl&W)
งูกลุ่มนี้จะมีสีลำตัวเป็นดำและขาวคละกันไปไม่มีรูปแบบที่แน่นอน บางครั้งอาจมีสีดำมันทั้งตัว หรือสีขาวปลอดเกือบทั้งตัว ลักษณะดอกจันมักเป็นรูปตัว “U” “V” หรือ ข.ไข่ 2 หัว หรือแทบไม่เห็นลายดอกจันเลย มีการแพร่กระจายทั่วประเทศไทย (ไพบูลย์, 2543) แต่จากประสบการณ์จะพบมากในภาคกลางและตะวันตก

– งูเห่าพ่นพิษสีน้ำตาล (Brown Spitting Cobra : Naja siamensis var. Brown)
งูกลุ่มนี้จะมีสีน้ำตาลอมเขียว เขียวอมเทา น้ำตาลดำ ดอกจันคล้ายเห่าด่างพ่นพิษ นอกจากสีที่แตกต่างแล้วยังมีลักษณะเกล็ดที่ค่อนข้างด้านไม่มันเงาเหมือนงูเห่าด่างพ่นพิษ พบแพร่กระจายมากในภาคอิสาน เหนือ และภาคกลางตอนบน

– งูเห่าดำพ่นพิษ (Black Spitting Cobra : Naja siamensis var. Black)
งูเห่ากลุ่มนี้จะมีสีดำปลอดทั้งตัว ดูเป็นสีดำด้านๆ ท้องมักเป็นสีดำอมน้ำเงิน มักไม่มีลายดอกจัน พบน้อยมาก มีการแพร่กระจายในภาคกลาง (นครนายก) ภาคตะวันตก (สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี) และภาคตะวันออก (ชลบุรี)

3. งูเห่าทองพ่นพิษ (Equatorial Spitting Cobra : Naja sumatrana (Muller, 1890))
เป็นงูเห่าที่มีการแพร่กระจายตั้งแต่ภาคใต้ตอนกลางลงไป อาศัยบริเวณป่าต่ำ ลักษณะเรียวยาวคล้ายงูเห่าไทย ในประเทศไทยมักพบงูที่มีสีเหลืองปลอด เหลืองอมเขียว หรือเหลืองแซมน้ำตาล และมักพบว่าขอบเกล็ดส่วนท้าย (ของแต่ละเกล็ด) มีสีน้ำตาล ท้องสีเหลืองอ่อน หัวสีน้ำตาลอมเขียว ไม่มีลายดอกจันที่แม่เบี้ย แต่จะมีขีดสีน้ำตาลเข้มที่ขอบแม่เบี้ยตอนล่างคล้ายรอยพับแทนซึ่งเป็นลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของงูเห่าชนิดนี้ งูเห่าชนิดนี้ที่พบในต่างประเทศจะมีสีดำมันเหลือบน้ำเงิน ปัจจุบันผู้เขียนได้พบงูเห่าชนิดนี้สีดำในจังหวัดระนอง และสุราษฎร์ธานีแล้ว

ที่มาของข้อมูล

บุญยืน ทุมวิภาต และวิโรจน์ นุตพันธ์, 2525. การรักษาผู้ป่วยถูกงูพิษกัดและงูพิษในประเทศไทย. โรงพิมพ์พิฆเณศ. กรุงเทพฯ.

ไพบูลย์ จินตกุล, 2543. งูพิษในประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. สำนักพิมพ์มติชน. กรุงเทพฯ.

Cox M.J., P.P. van Dijk, J.Nabhitabhata and K.Thirakupt, 1998. A Photographic Guide to Snakes and Other Reptiles of Thailand and Southeast Asia. Asia Book. Bangkok.
Chan-Ard T., W. Grossmann, A. Gumprecht and K. Schulz, 1999. Amphibians and Reptiles of Peninsular Malaysia and Thailand. Bushmaster Publications, Wuerselen.

Taylor E.D., 1965. The Serpents of Thailand and Adjacent Waters. The University of Kansas Science Bulletin. Vol. XLV, No. 9, June 7, 1965.

www.reptile-database.org

อื่นๆอีกมากมาย โดยเฉพาะจากประสบการณ์ตรงและผ่านชาวบ้านทั้งเชื่อถือได้และไม่ได้

Cobra Thailand Cobra Thailand Cobra Thailand Cobra Thailand Cobra Thailand Cobra Thailand

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *